28/04/15 - 05:11 AM


collapse

ขุนแผนดอทคอม เว็บไซต์คนรักขุนแผน รวมเรื่องราวเกี่ยวกับขุนแผน และพระขุนแผน เครื่องรางของขลังมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม

พระขุนแผนมหาจินดามณี

ค้นหา


ปฏิทิน

เมษายน 2015
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 [28] 29 30

No calendar events were found.

รายการ

หมวดยอดนิยม

ข้อมูลผู้ใช้งาน

 
 
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

อื่นๆ

สถิติบอร์ด

  • stats จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 2
  • stats จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 18
  • stats จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 8
  • stats จำนวนหมวดหมู่ทั้งหมด: 2
  • stats จำนวนบอร์ดทั้งหมด: 7
  • stats ออนไลน์มากที่สุด: 9

ผู้ที่ออนไลน์

  • Dot บุคคลทั่วไป: 3
  • Dot ซ่อนตัว: 0
  • Dot สมาชิก: 0

There aren't any users online.

Welcome

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ขุนแผนดอทคอม   


เว็บไซต์คนรักษ์ขุนแผน และพระขุนแผน ที่นี่เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับขุนแผน และพระขุนแผนที่เป็นตำนานของไทยตั้งแต่อดีตที่สร้างโดยเกจิอาจารย์ หรือวัดชื่อดัง ตลอดจนขุนแผนกรุเก่าต่างๆในยุคประวัติศาสตร์ ให้ท่านได้ศึกษาหาความรู้ และบทความข่าวสารทางด้านวัฒนธรรมประเพณี ตำนาน ความเชื่อ พิธีกรรมต่างๆ และสาระประโยชน์หลากหลายมีให้ท่านได้ศีกษาที่นี่ นอกจากนั้นเรายังมีเครื่องรางของขลังประเภทพระขุนแผน ที่ปลุกเสกแล้วจากเกจิอาจารย์ อาคมขลังทั่วประเทศไทย รวมให้ท่านได้เลือกชมและบูชาได้ที่นี่ นอกจากนั้นเรายังมีวัตถุมงคลและเครืองรางของขลัง ของดีอีกหลากหลายให้ได้เลือกชมบูชาได้ที่นี่ : www.koonpan.com


หัวข้อล่าสุด

topic ขุนแผนสะกดทัพ ยอดขุนพลพนมรุ้ง หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จังหวัดบุรีรัมย์
[ประวัติพระขุนแผนและของขลัง]
admin
กันยายน 29, 2014, 07:20:20 PM
topic ตำนานขุนแผน เรื่องจริงไม่อิงนิยายของ ขุนช้าง-ขุนแผน
[เรื่องน่าอ่านตำนานน่ารู้]
admin
กันยายน 23, 2014, 01:51:26 PM
topic ขุนแผนนางร่ำไร หลวงปู่ศวัส ศิริมงฺคโล วัดเกษตรสุข จังหวัดพะเยา
[ประวัติพระขุนแผนและของขลัง]
admin
กันยายน 23, 2014, 01:34:47 PM
topic พระขุนแผนเสาร์ 5 ปี 2555 อาจารย์สมราชฐ์
[พระขุนแผนรวมทุกวัด]
ร้านขุนแผนดอทคอม
กันยายน 22, 2014, 02:14:37 PM
topic นะหน้าทอง พิธีลงทองบนใบหน้าเพื่อเสริมเสน่ห์ เมตตามหานิยม
[เรื่องน่าอ่านตำนานน่ารู้]
admin
กันยายน 21, 2014, 01:29:10 PM
topic ขุนแผนตรึงนาง หลังม้าเสพนาง หลวงปู่ศวัส หลวงปู่ครูบาแก้วปลุกเสก
[ประวัติพระขุนแผนและของขลัง]
admin
กันยายน 20, 2014, 10:12:33 PM
topic พระขุนแผน มหาจินดามณี ปี 2550 ปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์อาคมขลังสายล้านนาและเขมร
[พระขุนแผนยอดนิยม]
admin
กันยายน 18, 2014, 08:22:46 PM
topic ยินดีต้องนรับเข้าสู่เว็บไซต์ขุนแผนดอทคอม www.koonpan.com
[เกี่ยวกับเราเว็บขุนแผนดอทคอม]
admin
กันยายน 11, 2014, 01:00:10 PM

* บทเสภาขุนช้างขุนแผน

ตอนที่ ๑ กำเนิดขุนช้างขุนแผน (บทที่ ๘)
๏ จะมากล่าวถึงนางทองประศรี  นอนด้วยสามีในเรือนใหญ่ 
นิมิตฝันนั้นว่าท้าวสหัสสนัยน์  ถือแหวนเพชรเม็ดใหญ่เหาะดั้นมา 
ครั้นถึงจึงยื่นแหวนนั้นให้  นางรับแหวนไว้ด้วยหรรษา 
แสงเพชรส่องวาบปราบเข้าตา  ตื่นผวาคว้าทั่วปลุกผัวพลัน 
ขุนไกรลืมตาว่าอะไรเจ้า  นางจึงเล่าเนื้อความนิมิตฝัน 
ทั้งสองลุกมาล้างหน้าพลัน  หาหมากหาพลูสู่กันแล้วทำนาย 
ฝันว่าได้ธำรงค์วงวิเศษ  ของโกสีย์ตรีเนตรอันเฉิดฉาย 
เพชรรัตน์อร่ามงามเพริศพราย  บรรยายว่าเป็นสิ่งมีมงคล 
จะมีครรภ์ลูกนั้นจะเป็นชาย  ดังทหารพระนารายณ์มาปฏิสนธิ์ 
กล้าหาญการณรงค์คงทน  ฤทธิรณปราบทั่วทั้งแดนไตร 
ซึ่งว่าเพชรรัศมีสีกล้า  ภายหน้าจะได้เป็นทหารใหญ่ 
มียศศักดิ์เป็นพระยาข้าใช้  ร่วมพระทัยทรงธรรม์พระพันปี 
นางทองประศรียกมือไหว้  รับพรผัวให้ประเสริฐศรี 
ทั้งสองนอนไปในราตรี  สุขเกษมเปรมปรีดิ์ทั้งสองรา ฯ 

ข่าวสังคม-ศิลปะ-วัฒนธรรม(คม-ชัด-ลึก)

3ศิลปินอาวุโสรับรางวัล'ศิลปินคึกฤทธิ์'
สังคม : 3 ศิลปินอาวุโส รับรางวัล 'ศิลปินคึกฤทธิ์'...อ่านต่อ
'เรียบง่าย แต่ยังเริ่ด'
'เรียบง่าย แต่ยังเริ่ด' : คอลัมน์ โซไซตี้...อ่านต่อ
บทกวีร่ำไห้ในสายลม(ไม่ใช่บทกวีเพื่อชีวิต)
หนังสือที่เธอถือมา : บทกวีร่ำไห้ในสายลม (ไม่ใช่บทกวีเพื่อชีวิต) : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม...อ่านต่อ
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพลงสามัญประจำรถ
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพลงสามัญประจำรถ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ...อ่านต่อ
คิดอย่างผู้นำ ทำอย่าง Google
อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : คิดอย่างผู้นำ ทำอย่าง Google : โดย...ปลวกหวาน...อ่านต่อ
คลื่นคนวรรณกรรม : 'วันนักเขียน'
คลื่นคนวรรณกรรม : 'วันนักเขียน' : โดย...ก้อนหินริมทาง...อ่านต่อ
ฟอร์ยูสักเล่ม : นิทานกล่อมประสาท
ฟอร์ยูสักเล่ม : นิทานกล่อมประสาท : โดย...แมนยู...อ่านต่อ
4หญิงไทยยอดนักสู้ ไม่ดังแต่เจ๋ง!
สังคม : 4 หญิงไทยยอดนักสู้ ... ไม่ดัง แต่เจ๋ง!...อ่านต่อ
ศิลป์เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ฟิลิปปินส์
ศิลปวัฒนธรรม : ศิลป์เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ฟิลิปปินส์...อ่านต่อ
ยลชุดผ้าไทยสำนึกในพระกรุณา
โซไซตี้ : ยลชุดผ้าไทย สำนึกในพระกรุณา...อ่านต่อ

ข่าวศิลปะ/วัฒนธรรม : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ผลฟุตบอลลาลีกา เซบีย่า ชนะ ราโย บาเยกาโน่ 2-0, เซลต้า บีโก้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-4
ผลการแข่งขันฟุตบอลลาลีกาสเปน มาลาก้า เสมอ ลา กอรุนญ่า 1-1 ,อัลเมเรีย ชนะ เออิบาร์ 2-0 , เซบีย่า ชนะ ราโย บาเยกาโน่ 2-0, เซลต้า บีโก้ แพ้ เรอัล มาดริด 2-4
ผู้สื่อข่าว : วีระพันธ์ วุฒิบุญญะ / สวท. วีระพันธ์ วุฒิบุญญะ / สวท.
หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
พสกนิกรชาวยะลาร่วมน้อมรำลึก วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พสกนิกรชาวยะลาร่วมน้อมรำลึก วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วันนี้ 25 เม.ย. 58 เวลา 09.00 น. ที่ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายสามารถ วราดิศัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำข้าราชการ ทุกหมู่เหล่าทหาร ตำรวจ พลเรือน นักเรียน นักศึกษา ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสัการะบูชาหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อย่างพร้อมเพรียงกัน ในพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านที่เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชา สามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในการรบ และเชี่ยวชาญอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำ พระวรกาย ในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านโดยมิได้ว่างเว้น พสกนิกรไทยทั้งมวลต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรู เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นพระมหาวีรกรรมที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยตราบเท่าทุกวันนี้
ผู้สื่อข่าว : ยะลา (ส.ปชส.) /ยุทธนา จันทร์วิมาน ยะลา (ส.ปชส.) /ยุทธนา จันทร์วิมาน
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
จ.ลำพูน ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยประจำปี 2558
จังหวัดลำพูนขอเชิญพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว ร่วมงานประเพณี สรงน้ำองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ในระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558 ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ขอเชิญชวนประชาชน พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดลำพูน ในงานทำบุญ สรงน้ำองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558 ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า องค์พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งของจังหวัดลำพูน เป็นจอมเจดีย์องค์หนึ่งในจำนวน 8 แห่งของประเทศไทย , เป็นพระธาตุประจำปีของคนที่เกิดปีระกา เป็นองค์เจดีย์เก่าแก่ สร้างในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช พระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งประเพณีสรงน้ำเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่สนใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดใกล้เคียง ที่ยึดถือและปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี วัตถุประสงค์ของประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย มีดังนี้ 1. เพื่อเป็นการสักการะพระบรมธาตุ ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ของวัดพระบรมธาตุหริภุญชัย และนับเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวลำพูนและชาวพุทธทั่วไป 2 . เพื่อสักการะพระบรมอัฐิธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 . เพื่อเป็นการบูชาเสาหลักเมือง เพราะประชาชนชาวลำพูนถือว่าเจดีย์พระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นเสาหลักเมือง จึงได้ประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งก็ถือเป็นการทำบุญเสาหลักเมืองลำพูนด้วย ในปีนี้ จังหวัดลำพูนจะจัดกิจกรรมพิธีสรงน้ำองค์พระบรมธาตุฯ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558 กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนนี้ จะมีพิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคลื่อนจากสนามบินนานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ แห่มาตามถนนสายลำพูน – เชียงใหม่ ผ่านอำเภอสารภีมาถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย เพื่อประกอบพิธีประดิษฐานไว้บนบุษบก หลังจากนั้นในวันที่ 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม ที่สำนักปฏิบัติธรรมผาลาด ดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ จะมีพิธีตักน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์และสวดเจริญพระพุทธมนต์สมโภชน้ำทิพย์ ที่จะนำมาร่วมพิธีสรงน้ำและในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 จะมีขบวน อัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน และน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ เริ่มแห่จากสนามกีฬากลางจังหวัดลำพูนไปจนถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย ในขบวนจะประกอบด้วย ครัวทานจากหัววัดต่างๆ แห่เข้าสู่บริเวณพิธีเพื่อนมัสการ และสักการะพระบรมธาตุ ทั้งนี้ขบวนครัวทานจะตกแต่งเป็นเรื่องทางพระพุทธประวัติหรือมหาชาติที่ให้ข้อคิดคติธรรม ประกอบด้วยขบวนตุง ธงทิว การแสดงศิลปพื้นบ้าน การบรรเลงดนตรีพื้นเมืองที่ครึกครื้น ให้ความบันเทิงแก่ผู้ร่วมพิธี หลังจากที่ทุกขบวนแห่มาถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย ก็จะเริ่มพิธีทางศาสนาอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานและน้ำศักดิ์สิทธิ์จากดอยขะม้อชักรอกขึ้นสรงน้ำองค์พระบรมธาตุ
ผู้สื่อข่าว : วีรยุทธ ชนกล้าหาญ
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
จ.ลำพูน ขอเชิญพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยประจำปี 2558
จังหวัดลำพูน ขอเชิญ พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ร่วม งานประเพณี สรงน้ำองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ในระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558 ที่ วัด พระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ขอเชิญชวนประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดลำพูน ในงานทำบุญสรงน้ำองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งจะ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558 ที่ วัด พระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.ลำพูน ผู้ว่าราชการ จังหวัดลำพูน กล่าวว่า องค์พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งของจังหวัดลำพูน เป็นจอมเจดีย์องค์หนึ่งในจำนวน 8 แห่งของประเทศไทย , เป็นพระธาตุประจำปีของคนที่เกิดปีระกา เป็นองค์เจดีย์เก่าแก่สร้างในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชพระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของประชาชน โดยทั่วไป ซึ่ง ประเพณีสรงน้ำ ธาตุ เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่สนใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำพูน และจังหวัดใกล้เคียงที่ยึดถือ และปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสักการะพระบรมธาตุ ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ของวัดพระบรมธาตุหริภุญชัย และนับเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวลำพูนและชาวพุทธทั่วไป เพื่อสักการะพระบรมอัฐิธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นการบูชาเสาหลักเมือง ทั้งนี้เพราะประชาชนชาวลำพูนถือว่า เจดีย์พระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นเสาหลักเมือง จึงได้ประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งก็ถือเป็นการทำบุญเสาหลักเมืองลำพูนด้วย ในปีนี้ จังหวัดลำพูน จะจัด กิจกรรม พิธี สรงน้ำองค์พระบรมธาตุฯ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558 กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน จะมีพิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคลื่อนจากสนามบินนานาชาติ จ.เชียงใหม่ แห่มาตามถนนสาย ลำพูน – เชียงใหม่ ผ่าน อำเภอสารภี มาถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย เพื่อประกอบพิธี ประดิษฐานไว้บนบุษบก หลังจากนั้น ใน วันที่ 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม ที่ สำนักปฏิบัติธรรมผาลาด ดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ จะมีพิธีตักน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ และสวดเจริญพระพุทธมนต์สมโภชน้ำทิพย์ ที่จะนำมาร่วมพิธีสรงน้ำ และในวันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2558 จะมีขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน และน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ เริ่มแห่จากสนามกีฬากลางจังหวัดลำพูน ไปจนถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย ใน ขบวน จะประกอบด้วย ครัวทาน จากหัววัดต่างๆ แห่เข้าสู่บริเวณพิธีเพื่อนมัสการ และ สักการะพระบรมธาตุ ทั้งนี้ขบวน ครัวทาน จะตกแต่งเป็นเรื่องทางพระพุทธประวัติหรือมหาชาติที่ให้ข้อคิดคติธรรม ประกอบด้วยขบวนตุง ธงทิว การแสดงศิลปพื้นบ้าน การบรรเลงดนตรีพื้นเมืองที่ครึกครื้น ให้ ความบันเทิงแก่ผู้ร่วมพิธี หลังจาก ที่ ทุกขบวน แห่มาถึง วัด พระธาตุหริภุญชัย ก็จะ เริ่มพิธีทางศาสนาอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน และ น้ำศักดิ์สิทธิ์จากดอยขะม้อชักรอกขึ้นสรงน้ำ องค์พระบรมธาตุ จังหวัดลำพูน จึงขอเชิญชวน ประชาชน และ นักท่องเที่ยว ร่วม ทำบุญ สืบสาน ประเพณีเก่าแก่ ของ จังหวัดลำพูน เพื่อ ความเป็น ศิริมงคล แก่ ชีวิต ตาม วัน และ เวลา ดังกล่าวโดยทั่วกัน
ผู้สื่อข่าว : วีรยุทธ ชนกล้าหาญ
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
ชาวพุทธจากมาเลเซียนับพันคนนำผ้าพระบฏห่มพระบรมธาตุเจดีย์
ชาวพุทธจากมาเลเซียนับพันคนนำผ้าพระบฏห่มพระบรมธาตุเจดีย์ เชื่อถ้าได้กราบพระบรมธาตุเมืองนครฯ 9 ครั้ง ชีวิตจะรุ่งเรืองทั้งหน้าที่การงานและครอบครัว วันนี้ (25 เม.ย.2558) มีชาวมาเลเซียที่นับถือศาสนาพุทธจากรัฐปีนัง เคด้า เปอร์ลิส เดินทางด้วยรถบัสจำนวน 30 คัน หรือประมาณ 1,200 คน ไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ โดยมีการนำผ้าพระบฏผืนยาวสีจีวรเดินเป็นขบวนแห่รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ และภายในวิหารทับเกษตร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเพื่อความเป็นสิริมงคล นายวิชชา ทองราช มัคคุเทศก์ชาวไทย กล่าวว่า ชาวมาเลเซียดังกล่าวมีทั้งเชื้อสายไทยและเชื้อสายจีนที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ทางภาคเหนือของมาเลเซีย มีความตั้งใจเดินทางมาทำบุญที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ด้วยพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ละคนมีความเชื่อว่าถ้าได้กราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชให้ครบ 9 ครั้ง คือปีละครั้ง ช่วงตั้งแต่หลังตรุษจีนเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี เมื่อครบ 9 ครั้ง แล้วจะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ มีโชคลาภ และชีวิตครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ในขณะที่บางครอบครัวที่บรรพบุรุษเป็นคนไทยได้นำบุตรหลานมาบรรพชาอุปสมบทที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางมาแล้วจะกลับไปบอกญาติพี่น้องและเพื่อนแบบปากต่อปากแล้วชักชวนกันมาท่องเที่ยวอีก สำหรับการเดินทางจะออกจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์ จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 06.00-07.00 น.ของวันศุกร์ หรือวันเสาร์ เดินทางถึงวัดพระมหาธาตุ เพื่อนำผ้าพระบฏห่มพระบรมธาตุเจดีย์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เสร็จแล้วทั้งหมดเดินทางต่อไปยังวัดพะโค๊ะ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อสักการะหลวงปู่ทวด แล้วเดินทางกลับประเทศมาเลเซีย ในส่วนของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขณะนี้อยู่ในระหว่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ในเขตชั้นใน หรือ CORE ZONE เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชน ยังสามารถเดินทางไปทำบุญ สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ได้ตามปกติของทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.//
ผู้สื่อข่าว : วิมล หนูแก้ว
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
อุทัยธานีจัดงาน Goldwing Club Of Thailand Round Up Vol.2 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนุรักษ์และสิ่งแวดล้อม
อุทัยธานีจัดงาน Goldwing Club Of Thailand Round Up Vol.2 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนุรักษ์และสิ่งแวดล้อม วันนี้(25 เม.ย. 58 ) ที่ห้องประชุมศูนย์แสดงสินค้าโอท๊อปเมืองพระชนกจักรีอุทัยธานี อ.เมือง จ.อุทัยธานี นายภูมิบุญญ์ แช่มช้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Goldwing Club Of Thailand Round Up Vol.2 พร้อมรับมอบหมวกกันน๊อคจากชมรม Goldwing Club Of Thailand จำนวน89ใบ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมปล่อยขบวนคาราวาน Goldwing Club Of Thailand เพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อมพร้อมกับนำไปประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ให้คนได้รู้จักจังหวัดอุทัยธานี โดยมีพี่น้องชาวไบค์เกอร์ และนักเดินทางจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ร่วมขบวนกว่า 100 คัน สำหรับชมรมดังกล่าว จัดตั้งจาก เพื่อน พ้อง น้องพี่ ที่รักและชื่นชอบการขับขี่รถฮอนด้าโกลวิง รวมถึงรถบิ๊กไบค์ บนเส้นทางแห่งมิตรภาพ รู้รัก สมัครสมานสามัคคี มีวินัย ร่วมเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และระหว่างทางได้ร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ส่วนรวมและประเทศชาติ มีอุดมการณ์เทิดทูลและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์สนับสนุนกิจกรรมทางราชการ ทะนุบำรุงศาสนา รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และส่งเสริมสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนให่แก่เด็กนักเรียนผู้ด้อยโอกาส
ผู้สื่อข่าว : พงศกร เณรจ่าพี
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
จ.ครศรีธรรมราช ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2558 มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2558 มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง วันนี้ (25 เมษายน 2558) เวลา 09.30 น. ที่ ศาลาประชาคมโรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2558 โดยจัดให้มีพิธีทางศาสนา ถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกไม้สด พร้อมกล่าวคำถวายอาศิรวาทราชสดุดี หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทยและเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือ ปรากฏว่าอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้ มีข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตุลาการ ตำรวจ ทหาร พนักงานรัฐวิสาหกิจ เหล่ากาชาด กลุ่มพลังมวลชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และให้ประกอบรัฐพิธี แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพ และฝีพระหัตถ์ในทางการรบ และเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิได้ว่างเว้น นับตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงสามารถขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุจนแตกพ่ายไป ครั้นถึงปีพุทธศักราช 2133 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นครองราชย์ และในวันที่ 18 มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี ได้เมืองตะนาวศรี มะริด และทวาย ครั้นปีพุทธศักราช 2138 และพุทธศักราช 2142 ทรงกรีฑาทัพไปตีเมืองหงสาวดี ได้เมืองเมาะลำเลิง แล้วทรงยกทัพไปถึงเมืองหงสาวดี และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวง ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา ในปีพุทธศักราช 2448 พระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้น จึงขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปยังเมืองห้างหลวง และประชวรหนักจนสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้พระองค์จะได้เสด็จสวรรคต มานานกว่า 400 ปี แล้วก็ตาม พสกนิกรไทยทั้งมวล ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้
ผู้สื่อข่าว : วิมล หนูแก้ว
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
จังหวัดพัทลุง จัดพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต
จังหวัดพัทลุง จัดพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ที่ อาคารหอประชุม โรงเรียนสตรีพัทลุงวันนี้ (25 เม.ย. 58) นายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน และหน่วยงานภาคเอกชน จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วันที่ 25 เมษายน 2558 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อแผ่นดินไทย ทั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ที่ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก ทรงมีพระเชษฐภคิณี คือ พระสุพรรณกัลยา ทรงมีพระอนุชา คือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 ด้วยพระชนมพรรษา 50 พรรษา สิริรวมการครองราชย์สมบัติ 15 ปี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประชาชนชาวไทยและประเทศชาติ พระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราชและประกาศอิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทยอย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด คือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตก ไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ทางด้านทิศเหนือก็ถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด และยังรวมไปถึงรัฐไทใหญ่บางรัฐ การจัดพิธีถวายราชสักการะในวันที่ 25 เมษายน นี้ จึงเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างอเนกอนันต์ จนทำให้สามารถธำรงความเป็นเอกราชมาได้ตราบถึงทุกวันนี้ <
ผู้สื่อข่าว : สุรเชษฐ์ สุทธิกุล
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
จังหวัดสงขลา จัดงานรัฐพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
จังหวัดสงขลา จัดงานรัฐพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ วันนี้ (25 เม.ย. 58) ที่ ห้องประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายชัยวัฒน์ ศิรินุพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานถวายพานพุ่มราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งในวันนี้ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่าล่ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในการสู้รบ และเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกาย ในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิได้ว่างเว้น นับตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบทบาทและมีความสำคัญในการกอบกู้อิสรภาพให้แก่ กรุงศรีอยุธยาในการเสียกรุงครั้งที่ 1 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตรี พระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระสุริโยทัย ทรงมีพี่น้องร่วมพระราชมารดาเดียวกัน 2 พระองค์ ได้แก่ พระสุพรรณกัลยา ซึ่งเป็นพระพี่นาง และสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาสมเด็จพระนเรศวรทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่มีพระปรีชาสามารถ พระองค์ได้ประกาศอิสรภาพให้แก่กรุงศรีอยุธยาที่เมืองแครง เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชแห่งกรุงศรีอยุธยาหลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์แล้วในปี พ.ศ. 2135 เมื่อพระมหาอุปราชาทรงยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรทรงเป็นจอมทัพนำกองทัพไทยไปตั้งรับกองทัพพม่าที่ตำบลหนอง สาหร่าย แขวงเมืองสุพรรณ พระองค์ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา ทำให้กองทัพพม่าแตกพ่ายไปในที่สุด
ผู้สื่อข่าว : จันจิรา บัวน้อย
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ
ผู้ว่าฯ ปัตตานี นำข้าราชการ ประชาชนและกลุ่มพลังมวลชนในจังหวัดปัตตานี ร่วมวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ข้าราชการ ประชาชนและกลุ่มพลังมวลชนในจังหวัดปัตตานีวางพวงมาลาและร่วมพิธีวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ได้มีพิธีถวายราชสดุดีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณ ที่ทรงขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ สร้างความเป็นเอกราชของชาติไทย โดยมีนายวีรพงค์ แก้วสุวรรณผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน มีข้าราชการและกลุ่มพลังมวลชนในจังหวัดปัตตานีเข้าร่วมในพิธี ประมาณ 500 คน กิจกรรมในพิธี เริ่มจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ทะยอยนำพวงมาลาวางหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นเมื่อประธานในพิธีเดินทางถึง ได้ขึ้นวางพวงมาลา จุดธูปเทียนถวายราชสักการะ จากนั้นได้กล่าวถวายราชสดุดี ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอันเสร็จพิธี สมเด็จนเรศวรมหาราช ทรงเป็นวีรกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ ทั้งในการรบ การทำศึกสงครามตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเป็นเมืองขึ้นได้หลายเมือง ปี พ.ศ. 2127 ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ตัดขาดจากความเป็นประเทศราชของพม่า และในปี พ.ศ. 2135 ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาจนได้ชัยชนะ หลังจากนั้นได้ทรงยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีและตองอู จนหัวเมืองต่างๆ ยอมเป็นเมืองขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ประชวรหนักจนสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2148 รวมพระชนมายุได้ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี ซึ่งแม้ว่าพระองค์จะเสด็จสวรรคตมานานกว่า 400 ปีแล้ว แต่พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายยังคงสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณ ที่ทรงขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ สร้างความเป็นเอกราชของชาติไทยมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
ผู้สื่อข่าว : เพชรน้อย คงขาว
หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี
ที่มาของข่าว : -
...อ่านต่อ

(Source : NNT News RSS/XML Feed)